รีวิวภาพยนตร์: ซุปเปอร์แมน 2025 – การกลับมาของฮีโร่อุดมคติเพื่อยุคใหม่
“ซุปเปอร์แมน” (2025) หรือชื่อที่ยังอาจคุ้นว […]
“ซุปเปอร์แมน” (2025) หรือชื่อที่ยังอาจคุ้นว่า Superman: Legacy เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในจักรวาล DCU ชุดใหม่ Chapter One: Gods and Monsters กำกับและเขียนบทโดย James Gunn ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2025
เรื่องนี้ไม่ได้บอกเล่าต้นกำเนิดของคลาร์ก เคนท์ แต่พาเราลงสู่โลกที่ซุปเปอร์แมนคือฮีโร่ที่ผู้คนรู้จักในฐานะนักข่าวและผู้พิทักษ์แล้ว พร้อมรับมือกับภัยใหม่ ๆ ที่ท้าทายความเชื่อของเขาในความดีงามและการยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง
ค่าเฉลี่ยคำวิจารณ์ – ภาพรวมการตอบรับ
-
IMDb และ Rotten Tomatoes ต่างรายงานว่า ได้รับคะแนนวิจารณ์ดี โดย Rotten Tomatoes ให้ Tomatometer อยู่ที่ 83% และคะแนนจากผู้ชมสูงถึง 91%
-
Box Office ทะลุ 579 ล้านเหรียญทั่วโลก ทำให้เป็นภาพยนตร์อันดับ 7 ที่ทำรายได้สูงสุดของปี 2025
จุดเด่นของหนัง
1. อารมณ์ที่สดใส ทรงพลัง และ ‘มองโลกในแง่ดี’ ผสมความสนุกแบบ James Gunn
หลายบทวิจารณ์ชื่นชมว่า Gunn นำเสนอซุปเปอร์แมนที่มีความสดใสคลาสสิก ไม่เคร่งเครียดเท่า DCEU เสริมด้วยมุกตลก เสียงหัวเราะ และความอ่อนโยนที่หายไปจากภาพยนตร์ฮีโร่มานาน หว่างนักแสดงนำ
David Corenswet (Superman) ถ่ายทอดภาพฮีโร่ที่ทั้งเข้มแข็งแต่แฝงอารมณ์ได้อย่างละมุนใจ ส่วน Rachel Brosnahan (Lois Lane) มีความฉลาด ชัดเจน และเคมีต่อกันดูเข้มข้น ด้าน Nicholas Hoult (Lex Luthor) ปรับบทลูธอร์ให้เป็นเจ้าอำนาจเทคโนโลยี พร้อมบรรยากาศร่วมสมัยที่หล่อหลอมจุดขัดแย้งได้ชัดเจน
3. งานภาพ-เอฟเฟกต์คุณภาพสูง
หนังก้าวข้ามมาตรฐานแอ็กชันด้วยทีม VFX จาก Guardians of the Galaxy Vol. 3, ILM และ Wētā FX ที่เนรมิตซูเปอร์แมน โลกของ DC ให้ดูสมจริง สนุก และจัดเต็มในระดับอีพิค
4. โทนภาพยนตร์ร่วมสมัย มีมุมมองทางสังคมน่าสนใจ
หนังแตะประเด็นจำเป็น เช่น การจัดการข้อมูล (fake news), ความเชื่อใจในสื่อ, การเมือง และการตีความอุดมการณ์ของฮีโร่ในยุคนี้
5. เพลงประกอบสร้างอารมณ์ที่ทรงพลัง
คะแนนเสียงโดย John Murphy และ David Fleming ผสมธีมคลาสสิกของ John Williams ได้อย่างลงตัว — ทั้งทรงพลังและเป็นจังหวะเสริมอารมณ์ตอนสำคัญ
จุดด้อยของหนัง
1. เรื่องราวดูอัดแน่นเกินไป จนขาดความกระจ่างชัดในบางส่วน
หลายเสียงบ่นว่าหนังพยายามใส่แนวคิด ตัวละคร และอารมณ์มากเกินไป บางครั้งรู้สึกว่ามัน “overstuffed” และทำให้เนื้อเรื่องไม่ลื่นไหล
2. แอ็กชันแน่น แต่บางฉากขาดมิติทางอารมณ์
CGI แม้จะตระการตา แต่หลายฉากขาดความลึกซึ้ง การต่อสู้ดูสร้างสรรค์แต่ไม่ส่งผ่านอารมณ์ให้ตราตรึงใจเท่าไรนัก
3. บทตัวละครรองยังไม่ครบ น้ำหนักบางตัวยังไม่ชัด
Justice Gang และ Cameo ตัวละครอื่น เช่น Green Lantern หรือ Hawkgirl แม้จะสนุกสนาน แต่บทเน้นโปรโมตก้าวไปข้างหน้าของ DCU มากกว่าพัฒนาในหนัง
4. บางคนวิจารณ์ว่ามัน ‘เร็วเหมือนฟาสต์ฟู้ด’
บทโดย Richard Roeper เปรียบเปรยว่าเป็นเหมือนมือฟาสต์ฟู้ด — สนุก แต่เบาบาง ไม่มีความลึกเท่าที่ควร
ข้อดี–ข้อด้อย: สรุปเป็นตาราง
ข้อดี | ข้อด้อย |
---|---|
โทนบวก ผสมความสนุกได้ดี | เนื้อเรื่องอัดแน่นเกินไป |
นักแสดงนำมีเคมีดี | แอ็กชันขาดอารมณ์ลึก |
ภาพวิชวลและ VFX ระดับพรีเมียม | ตัวละครรองมีบทน้อย |
เพลงประกอบสร้างอารมณ์ | ถูกมองว่าเรื่องลึกน้อย |
โทนร่วมสมัย สอดแทรกประเด็นสังคม | – |
ประสบการณ์ดูหนังจริง – ความเห็นจากครูรีวิว
-
เสียงคอมนักวิจารณ์อย่าง Business Insider มองว่า แม้ CGI บางฉากยังไม่สมบูรณ์ แต่หนังมอบความสดใส มีอารมณ์ และแนวทางใหม่แก่ DCU
-
SF Chronicle ตั้งข้อสังเกตว่าการผสมแนวล้อเลียน (parody) เข้ากับฮีโร่ศีลธรรมแบบคลาสสิกอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่ลงตัว — บางฉากสนุก แต่อกแตกกระจัดกระจายไปบ้าง
สมุดคะแนน: ยุติธรรมแบบนักวิจารณ์
ด้านต่าง ๆ | คะแนน (เต็ม 5) |
---|---|
การแสดงนำ | 4.5 |
บทและโครงเรื่อง | 3.8 |
งานภาพ & เอฟเฟ็กต์ | 4.7 |
เพลงประกอบ | 4.3 |
มุมมองและแนวคิดร่วมสมัย | 4.2 |
เฉลี่ยรวม | 4.1 / 5 |
คำแนะนำสั้น ๆ
“ซุปเปอร์แมน 2025” คือภาพยนตร์ฮีโร่ที่กลับมาทวงพื้นที่ในความทรงจำ ด้วยน้ำใจ ความสดใส และความหวัง แต่ก็ไม่ลืมจะโยนถุงแป้ง CGI เข้าไปด้วย—หากคุณอยากดูซูเปอร์แมนที่กลับมายิ้มได้, นี่คือคำตอบที่เหมาะที่สุด