หากพูดถึงภาพยนตร์แนวอิงเหตุการณ์จริงที่ผสมผสานระหว่างแอ็กชันเข้มข้นกับดราม่าทางการเมือง หนึ่งในเรื่องที่ไม่ควรพลาดคือ “6 DAYS” (6 วันบุกนรก) ภาพยนตร์จากปี 2017 ที่เล่าเรื่องราวอันตึงเครียดของเหตุการณ์จับตัวประกันที่สถานทูตอิหร่านในลอนดอนเมื่อปี 1980 เรื่องนี้กำกับโดย Toa Fraser และมีนักแสดงมากฝีมืออย่าง Jamie Bell, Mark Strong และ Abbie Cornish มารับบทนำ ซึ่งช่วยเพิ่มมิติให้กับหนังได้อย่างมาก
เรื่องย่อโดยสังเขป
“6 DAYS” พาผู้ชมย้อนไปยังกรุงลอนดอนในเดือนเมษายนปี 1980 เมื่อกลุ่มกองกำลังติดอาวุธจากอิหร่านบุกยึดสถานทูตอิหร่านในย่าน South Kensington พร้อมจับเจ้าหน้าที่และผู้ที่อยู่ในอาคารเป็นตัวประกันกว่า 20 คน ตำรวจอังกฤษและหน่วยรบพิเศษ SAS ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันตรายที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งจากผู้ก่อการร้าย การเมืองระหว่างประเทศ และการจับตาจากสื่อที่ถ่ายทอดสดเหตุการณ์ไปทั่วโลก
หนังเล่าเรื่องราวผ่าน 3 มุมมองหลัก ได้แก่
-
Rusty Firmin (Jamie Bell) เจ้าหน้าที่หน่วย SAS ที่เตรียมบุกช่วยเหลือตัวประกัน
-
Max Vernon (Mark Strong) เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่เจรจาเพื่อถ่วงเวลาและรักษาชีวิตผู้บริสุทธิ์
-
Kate Adie (Abbie Cornish) ผู้สื่อข่าวที่รายงานเหตุการณ์สดผ่านสื่อ
ทั้งสามมุมมองนี้ทำให้หนังมีความหลากหลายทางอารมณ์และสะท้อนถึงแรงกดดันในแต่ละด้านได้อย่างน่าสนใจ
ข้อดีของหนัง
-
อิงเหตุการณ์จริงได้อย่างเข้มข้น
จุดแข็งที่สุดของ “6 DAYS” คือการสร้างบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง ผู้กำกับพยายามถ่ายทอดความสมจริงของเหตุการณ์ ทั้งในเชิงยุทธวิธีของ SAS และการตัดสินใจเชิงการเมืองที่ละเอียดอ่อน -
การแสดงอันทรงพลังของ Mark Strong
บทบาทของ Max Vernon ซึ่งรับหน้าที่เจรจาต่อรอง ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างหนักแน่นและสมจริง การแสดงของเขาเต็มไปด้วยน้ำหนักทางอารมณ์ ทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงแรงกดดันและความซับซ้อนของการทำงาน -
ความสมจริงด้านยุทธวิธี
หนังใช้ทีมที่ปรึกษาซึ่งเคยเป็นทหารหน่วย SAS จริง ๆ เพื่อให้รายละเอียดการวางแผนและการบุกช่วยเหลือดูน่าเชื่อถือ ทำให้ฉากปฏิบัติการดูสมจริง ไม่เวอร์เกินไปเหมือนหนังแอ็กชันทั่วไป -
การเล่าเรื่องแบบหลายมุมมอง
การมีทั้งมุมของตำรวจ นักข่าว และหน่วยรบพิเศษช่วยให้เรื่องไม่จำเจ ผู้ชมเห็นทั้งด้านแอ็กชัน ความตึงเครียดทางการทูต และการรายงานข่าวแบบเรียลไทม์ -
บรรยากาศที่กดดันและน่าติดตาม
หนังสามารถถ่ายทอดความกดดันของเหตุการณ์ที่ถูกจับตามองจากสื่อทั่วโลกได้ดี ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานการณ์จริงที่อาจระเบิดได้ทุกเมื่อ
ข้อด้อยของหนัง
-
การดำเนินเรื่องค่อนข้างช้าในบางช่วง
แม้หนังต้องการความสมจริง แต่บางครั้งการเล่าด้วยจังหวะที่เนิบเกินไปอาจทำให้ผู้ชมบางกลุ่มรู้สึกเบื่อ โดยเฉพาะคนที่คาดหวังฉากบู๊ต่อเนื่อง -
ตัวละครบางตัวไม่ได้รับการขยายความมากพอ
แม้จะมีการเล่าผ่านหลายมุม แต่บางตัวละคร เช่น นักข่าว Kate Adie กลับไม่ได้มีมิติหรือลึกซึ้งมากนัก จนผู้ชมบางคนอาจรู้สึกว่าบทบาทเธอไม่โดดเด่นเท่าที่ควร -
ไม่ใช่หนังแอ็กชันจ๋า
คนที่หวังจะดูฉากยิงปะทะหรือการบุกเต็มรูปแบบ อาจรู้สึกผิดหวัง เพราะหนังเน้นดราม่าและการเจรจามากกว่าการบู๊ระห่ำ -
ขาดความดราม่าในเชิงอารมณ์บางส่วน
หนังพยายามรักษาความสมจริง แต่ในแง่ดราม่าเกี่ยวกับตัวประกันหรือครอบครัวของพวกเขากลับถูกเล่าผิวเผิน ไม่ได้ลงลึกมากพอที่จะทำให้ผู้ชมอินถึงขีดสุด
สรุปความน่าสนใจ
“6 DAYS” หรือ “6 วันบุกนรก” เป็นภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบหนังอิงประวัติศาสตร์ เหตุการณ์จริง และการปฏิบัติการแบบสมจริง แม้จะไม่ได้มีฉากแอ็กชันมากมาย แต่บรรยากาศกดดันและความเข้มข้นในการเจรจา การวางแผน และการบุกช่วยเหลือตัวประกัน ถือเป็นเสน่ห์หลักที่ทำให้หนังแตกต่างจากเรื่องอื่น
นักวิจารณ์บางส่วนอาจมองว่าหนังยังขาดความดราม่าที่เชื่อมโยงอารมณ์ผู้ชมได้เต็มที่ แต่หากมองในมุมของการสร้างความสมจริงและการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ “6 DAYS” ก็ถือว่าเป็นผลงานที่น่าชื่นชม และควรค่าแก่การชมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเหตุการณ์ด้านการเมือง ความมั่นคง และการทำงานของหน่วยรบพิเศษระดับโลก