รีวิวหนัง Fantastic Four (2025) – การกลับมาของทีมฮีโร่ในตำนานที่คราวนี้อาจจะ “แฟนแทสติก” สมชื่อจริงหรือไม่?

หลังจากที่แฟน ๆ มาร์เวลต้องรอคอยกันมายาวนาน ในที่สุด Fa […]

0 21

หลังจากที่แฟน ๆ มาร์เวลต้องรอคอยกันมายาวนาน ในที่สุด Fantastic Four (2025) ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวในจักรวาล MCU อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นการรีบูตครั้งที่สามของทีมฮีโร่ระดับตำนานจากคอมิกส์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Marvel Comics ยุคใหม่ และในครั้งนี้ สตูดิโอ Marvel นำโดย Kevin Feige ได้ตั้งใจจะ “คืนศักดิ์ศรี” ให้กับกลุ่มฮีโร่กลุ่มแรกของจักรวาลให้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยทีมผู้สร้างมือดี นำโดยผู้กำกับ Matt Shakman (จากซีรีส์ WandaVision) และนักแสดงนำชุดใหม่ที่น่าจับตามอง

เนื้อเรื่องโดยย่อ (ไม่มีสปอยล์)

Fantastic Four (2025) พาเราย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของกลุ่มฮีโร่กลุ่มนี้อีกครั้ง โดยวางเรื่องราวไว้ในมุมที่แตกต่างจากเวอร์ชันก่อนหน้า คราวนี้ทีม Fantastic Four ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับพลังจากอุบัติเหตุในอวกาศ แต่เป็นทีมสำรวจมิติที่หลุดเข้าสู่จักรวาล MCU ผ่านปรากฏการณ์ทางควอนตัมที่เกิดจากการทดลองลับ

หนังเลือกเปิดตัวตัวละครทีละคนผ่านเหตุการณ์เฉพาะตัว ก่อนจะรวบรวมพวกเขาให้มาร่วมมือกันในภารกิจเพื่อหยุดยั้งมหันตภัยจากมิติคู่ขนานที่มีวายร้ายตัวใหม่อันน่ากลัวปรากฏขึ้น นั่นคือ Annihilus ซึ่งเป็นการเลือกตัวร้ายที่แปลกใหม่ และหลุดออกจากการใช้ Dr. Doom แบบเดิม ๆ


จุดเด่นของ Fantastic Four (2025)

1. การวางบทที่มีความลึกมากขึ้น

จุดแข็งของภาคนี้คือการเล่าเรื่องที่ให้ความสำคัญกับพื้นฐานของแต่ละตัวละคร โดยเฉพาะ Reed Richards ที่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในของอัจฉริยะผู้มีอีโก้สูง และการต่อสู้ของเขาระหว่างวิทยาศาสตร์กับจริยธรรม หนังยังแสดงให้เห็นความเป็นมนุษย์ของ Ben Grimm ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงร่างกายอย่างเจ็บปวด รวมถึงพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่าง Sue และ Johnny ที่ทั้งอบอุ่นและขัดแย้งกันไปในตัว

2. ภาพและงานสร้างสุดประณีต

ทีมงานโปรดักชันสามารถสร้างโลกควอนตัมและมิติคู่ขนานออกมาได้อย่างสวยงามและแตกต่างจากโลก MCU ที่เราเคยเห็นมาก่อน เอฟเฟกต์ CGI มีคุณภาพสูงและการออกแบบคาแรกเตอร์ตัวละครก็มีความใส่ใจ โดยเฉพาะ The Thing ที่ดู “มีชีวิต” กว่าเวอร์ชันก่อนหน้า และไม่ดูเป็นแค่ CG หยาบ ๆ อีกต่อไป

3. การแสดงของนักแสดงนำ

นักแสดงนำชุดใหม่นี้ถือเป็นการเลือกตัวที่น่าสนใจ และมีเคมีเข้ากันได้ดี โดยเฉพาะนักแสดงที่รับบท Johnny Storm ที่นำความกวน ความสนุก และพลังของวัยรุ่นมาสู่ทีมได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะที่นักแสดงที่รับบท Sue Storm ก็สามารถแสดงออกถึงความแข็งแกร่งและเป็นศูนย์กลางอารมณ์ของกลุ่มได้อย่างยอดเยี่ยม

4. โทนหนังที่บาลานซ์ระหว่างความสนุกกับความซีเรียส

แตกต่างจากเวอร์ชันปี 2015 ที่หนักไปทางซีเรียส และเวอร์ชันปี 2005 ที่เน้นฮาเกินไป คราวนี้ Shakman สามารถจับจุดได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้หนังดูสนุก ดูได้เพลิน และยังมีช่วงดราม่าที่พอเหมาะ ทำให้ผู้ชม “อิน” ไปกับชะตากรรมของตัวละครมากขึ้น


จุดด้อยของ Fantastic Four (2025)

1. การพัฒนาตัวร้ายที่ยังไม่ลึกพอ

แม้ Annihilus จะเป็นวายร้ายที่มีภาพลักษณ์ใหม่และมีพลังน่าสนใจ แต่หนังก็ยังไม่สามารถเจาะลึกไปถึงแรงจูงใจและมิติของตัวละครนี้ได้อย่างที่ควรจะเป็น หลายฉากรู้สึกว่าเขาโผล่มาเพื่อสร้างอันตรายโดยไม่มีพื้นฐานของอารมณ์หรือความเข้าใจ ทำให้ความขลังของตัวร้ายลดลง

2. การเร่งเล่าในช่วงท้าย

แม้ครึ่งแรกของหนังจะค่อย ๆ ปูเนื้อหาและตัวละครได้อย่างมีจังหวะ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงท้าย หนังก็เหมือนต้องเร่งจบภารกิจใหญ่เกินไป ทำให้ความรู้สึกของ climax ไม่เต็มอิ่มเท่าที่ควร มีบางฉากที่ดูตัดจบอย่างรวดเร็ว และขาดพลังทางอารมณ์

3. บทพูดบางช่วงยังคงขาดความลึก

แม้บทจะเขียนมาได้ดีโดยรวม แต่ก็ยังมีบางช่วงที่บทพูดของตัวละครฟังดูแข็ง หรือเป็นเพียง “บทบอกข้อมูล” มากกว่า “บทที่มีความรู้สึก” ซึ่งอาจทำให้คนดูบางกลุ่มรู้สึกไม่เชื่อมโยงกับตัวละครเท่าที่ควร


ภาพรวม: Fantastic Four 2025 เหมาะกับใคร?

  • เหมาะสำหรับแฟน MCU ที่รอการเปิดตัวของทีมฮีโร่ชุดใหม่นี้อย่างใจจดใจจ่อ

  • เหมาะกับผู้ที่ชอบหนังฮีโร่ที่มีส่วนผสมของไซไฟ การผจญภัย และความสัมพันธ์ในครอบครัว

  • เหมาะสำหรับผู้ชมทั่วไปที่ต้องการดูหนังที่ทั้งสนุก มีพลัง และเข้าถึงได้ง่าย

แต่หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของคอมิกส์ Fantastic Four อาจรู้สึกว่าบางอย่างยังไม่ได้ถูกนำเสนออย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในแง่ปรัชญาและมิติของวายร้ายที่คอมิกส์วางไว้ได้ซับซ้อนมากกว่านี้


คะแนนจากรีวิว: ★★★★☆ (4/5)

Fantastic Four (2025) คือการรีบูตที่ “ดีที่สุด” เท่าที่เคยมีมาในโลกภาพยนตร์ แม้อาจยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวที่มั่นคงในการนำทีมฮีโร่กลุ่มนี้เข้าสู่จักรวาล MCU อย่างมีศักดิ์ศรี เต็มไปด้วยอารมณ์ ความสนุก และจังหวะที่น่าติดตาม

ข้อดี ข้อด้อย
วางบทตัวละครอย่างลึกซึ้ง ตัวร้ายยังขาดมิติ
งานภาพและ CG คุณภาพสูง ช่วงท้ายเรื่องเร่งเกินไป
การแสดงที่มีพลังและเคมีดี บทพูดบางฉากแข็งไปเล็กน้อย
โทนหนังบาลานซ์ดีเยี่ยม

 

สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อต เว็บหวยออนไลน์24 joker123 pgslot บาคาร่า สล็อตเว็บตรง สล็อต สล็อตเว็บตรง เว็บสล็อต เว็บสล็อต สล็อตเว็บตรง meslot บาคาร่าออนไลน์ สล็อต สล็อตเว็บตรง megabet บาคาร่า> หวย สล็อตเว็บตรง สล็อต168 สล็อตเว็บตรง