สำหรับคอภาพยนตร์ที่ชื่นชอบความตื่นเต้นท้าทายและการลุ้นระทึกจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของภาพยนตร์เรื่อง Drag Me to Hell กระชากลงหลุม ผลงานการกำกับสุดจัดจ้านของเจ้าพ่อหนังสยองขวัญอย่าง แซม ไรมี่ (Sam Raimi) ที่เคยฝากผลงานไว้ใน The Evil Dead และ Spider-Man ไตรภาคแรก โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้เขากลับมาทวงบัลลังก์ความสยองขวัญสั่นประสาทที่ผสมผสานความตลกร้าย (Dark Comedy) ได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นหนึ่งในหนังขึ้นหิ้งที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างพูดถึง
บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกเนื้อหาและ เรื่องย่อหนัง Drag Me to Hell กระชากลงหลุม เพื่อดูว่าเหตุใดคำสาปของหญิงชรายิปซีถึงได้น่ากลัวและเปลี่ยนชีวิตของพนักงานธนาคารสาวคนหนึ่งให้กลายเป็นนรกบนดินภายในเวลาเพียงแค่ 3 วัน!
ข้อมูลพื้นฐานของภาพยนตร์
-
ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ: Drag Me to Hell
-
ชื่อเรื่องภาษาไทย: กระชากลงหลุม
-
แนวหนัง: สยองขวัญ (Horror), ระทึกขวัญ (Thriller), เหนือธรรมชาติ (Supernatural)
-
ผู้กำกับ: แซม ไรมี่ (Sam Raimi)
-
นักแสดงนำ: อลิสัน โลแมน (Alison Lohman), จัสติน ลอง (Justin Long), โลร์นา ราเวอร์ (Lorna Raver)
เรื่องย่อหนัง Drag Me to Hell กระชากลงหลุม: จุดเริ่มต้นจากความทะเยอทะยาน
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากชีวิตของ คริสติน บราวน์ (Christine Brown) พนักงานสินเชื่อธนาคารสาวผู้มีชีวิตที่ดูเหมือนจะราบรื่น เธอมีแฟนหนุ่มโปรไฟล์ดีอย่าง เคลย์ (Clay) ศาตราจารย์หนุ่มมหาวิทยาลัยที่คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ทว่าในเรื่องของหน้าที่การงาน คริสตินกำลังต้องการตำแหน่งหน้าที่การงานที่ก้าวหน้าเหมือนคนอื่น ณ ที่ทำงานของเธอ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการยังคงว่างอยู่ และนั่นคือเป้าหมายสูงสุดที่เธอปรารถนา
แต่หนทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะ สตู (Stu) เพื่อนร่วมงานจอมประจบก็เป็นคู่แข่งคนสำคัญที่คอยชิงตำแหน่งนี้อยู่เช่นกัน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันที่กดดัน คริสตินจึงต้องหาโอกาสที่จะทำผลงานให้เข้าตาผู้จัดการ เพื่อพิสูจน์ว่าเธอมีความเด็ดขาดและเหมาะสมกับการเป็นผู้นำมากกว่าใครๆ และความทะเยอทะยานนี้เองที่นำพาเธอไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่คาดคิด
ภาพจำความสยอง: การเผชิญหน้ากับ “มิสกานุช” หญิงชรายิปซี
วันหนึ่ง มีหญิงชราท่าทางน่ากลัวเหมือนพวกยิปซี ชื่อ มิสกานุช (Mrs. Ganush) เดินทางมาหาคริสตินที่เคาน์เตอร์ธนาคาร หญิงชราผู้นี้มาพร้อมกับความสิ้นหวังอ้อนวอนขอให้คริสตินช่วยเหลือเรื่องค่าผ่อนส่งบ้านที่ค้างชำระอยู่หลายงวด ไม่เช่นนั้นบ้านของเธอจะถูกธนาคารยึดและต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน
ใจจริงของคริสตินอยากจะช่วยเหลือ แต่เมื่อเธอมองเห็นตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการที่กำลังลอยอยู่ตรงหน้า และต้องการแสดงให้ผู้จัดการเห็นว่าเธอสามารถตัดสินใจเรื่องยากๆ เพื่อผลประโยชน์ขององค์กรได้ คริสตินจึงตัดสินใจว่าจะไม่ช่วยเหลือมิสกานุช
คำปฏิเสธนั้นทำให้มิสกานุชถึงกับช็อก หญิงชราถึงกับคุกเข่าอ้อนวอนแทบเท้าของคริสตินอย่างน่าเวทนา แต่ด้วยความกลัวและต้องการรักษาภาพพจน์ คริสตินกลับเลือกที่จะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) มาจัดการลากตัวหญิงชราออกไป เหตุการณ์นั้นสร้างความอับอายให้แก่มิสกานุชเป็นอย่างมาก เธอกล่าวหาว่าคริสตินไปหมิ่นเกียรติและทำลายศักดิ์ศรีของเธอ ก่อนจะถูกพยุงตัวออกไปจากธนาคาร
คำสาปกระดุมเสื้อโค้ท และปีศาจแพะดำ “ลาเมีย”
ความน่ากลัวที่แท้จริงของ แนวหนัง สยองขวัญเหนือธรรมชาติเริ่มทำงานในคืนนั้นเอง ณ ลานจอดรถของธนาคารอันมืดมิดและเงียบสงัด คริสตินเดินมาที่รถของเธอโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามิสกานุชกำลังรอจังหวะเล่นงานเธออยู่ หญิงชรายิปซีพุ่งเข้าจู่โจมคริสตินในรถอย่างบ้าคลั่ง ฉากนี้ถือเป็นหนึ่งในฉากแอ็กชันสยองขวัญที่ดิบและน่ากลัวที่สุด ทั้งคู่จิกทึ้งกันไปมา คริสตินพยายามต่อสู้เอาชีวิตรอดอย่างสุดความสามารถ
แต่ในท้ายที่สุด มิสกานุชก็สามารถกระชากกระดุมแขนเสื้อโค้ทของคริสตินมาได้เม็ดหนึ่ง หญิงชรานำกระดุมเม็ดนั้นมาทำพิธีทางไสยศาสตร์พร้อมกับกล่าวคาถาสาปแช่งด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก และกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหายตัวไปว่า
“ไม่นานเธอจะต้องมาอ้อนวอนขอฉัน”
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นสร้างความหวาดกลัวและทำให้คริสตินไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เธอเริ่มพบเจอกับสิ่งเหนือธรรมชาติที่ตามหลอกหลอน ทั้งเสียงแปลกประหลาด ลมพายุที่พัดคลั่งในห้องนอน และนิมิตหลอนเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว คริสตินตัดสินใจไปหา แรม จาส (Rham Jas) หมอดูผู้มีญาณทิพย์เพื่อหาคำตอบ
เมื่อแรม จาส ได้ตรวจดูดวงชะตาและสัมผัสพลังงาน เขาก็กระซิบเตือนด้วยความตระหนกว่า คริสตินกำลังโดนสาปแช่ง และนี่ไม่ใช่คำสาปธรรมดา ๆ เพราะมิสกานุชได้ส่งปีศาจที่ชื่อว่า “ลาเมีย” (Lamia) ตามความเชื่อของชาวยิปซีโบราณ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายแพะสีดำขนาดใหญ่และน่ากลัวมาเอาชีวิตเธอ โดยลาเมียจะตามหลอกหลอนเหยื่อเป็นเวลา 3 วันเพื่อให้เหยื่อทรมานจนถึงขีดสุด และเมื่อครบกำหนด ภายใน 3 วัน คริสตินจะต้องถูกกระชากลงนรกไปทั้งเป็น!
3 วันแห่งการดิ้นรนหนีความตาย
เมื่อเวลาเริ่มนับถอยหลัง คริสตินต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดผวา แม้ว่า เคลย์ แฟนหนุ่มของเธอซึ่งเป็นนักวิชาการจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติเหล่านี้ก็ตาม แต่ด้วยความรักและเห็นสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของแฟนสาว เขาก็พร้อมจะช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างเธอในทุกวิถีทาง
แรม จาส แนะนำว่าทางรอดเดียวของเธอคือต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์และสยบปีศาจตนนี้ โดยเขาได้พาคริสตินไปขอความช่วยเหลือจาก ฌาน ซาน ดีน่า (Shaun San Dena) หญิงคนทรงชาวเม็กซิกันผู้มีพลังแก่กล้า แต่อดีตอันน่ากลัวระบุว่า ซาน ดีน่า เคยเผชิญหน้ากับปีศาจลาเมียมาแล้วในปี ค.ศ. 1969 ซึ่งครั้งนั้นพิธีเสี่ยงตายทำให้มีผู้เสียชีวิต และซาน ดีน่า ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด
คริสตินไม่มีทางเลือกอื่น เธอต้องยอมเข้าร่วมพิธีอัญเชิญวิญญาณเพื่อเจรจาและขับไล่ลาเมีย ก่อนที่เวลา 3 วันจะหมดลงและทุกอย่างจะสายเกินไป ทว่าปีศาจร้ายยิปซีตนนี้ไม่ได้จำนนง่ายๆ มันพร้อมจะทำลายทุกคนที่ขวางทาง และเปลี่ยนพิธีกรรมให้กลายเป็นลานสังหารอันนองเลือด
ทำไม Drag Me to Hell ถึงเป็นหนังห้ามพลาดสำหรับคอหนัง Horror?
หากคุณกำลังมองหารีวิวภาพยนตร์เพื่อตัดสินใจชม Drag Me to Hell กระชากลงหลุม คือตัวเลือกอันดับต้นๆ ด้วยเหตุผลทางภาพยนตร์ที่โดดเด่นดังนี้:
-
การกำกับของ Sam Raimi: หนังเรื่องนี้มีลายเซ็นของผู้กำกับชัดเจน ทั้งมุมกล้องที่ฉับไว ฉากตุ้งแช่ (Jump Scare) ที่มีชั้นเชิง และการสอดแทรกความตลกร้ายที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกอึดอัดแต่ก็สนุกไปพร้อมกัน
-
ประเด็นศีลธรรมในสังคม: หนังตั้งคำถามกับคนดูอย่างเจ็บแสบเกี่ยวกับ “ความเห็นแก่ตัว” คริสตินไม่ใช่คนเลวร้าย เธอแค่ต้องการความก้าวหน้า แต่การตัดสินใจปฏิเสธความช่วยเหลือในวันนั้น กลับส่งผลกระทบที่รุนแรงเกินกว่าที่เธอจะรับไหว
-
ฉากจบที่โลกไม่ลืม: หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้หนังแนวระทึกขวัญเรื่องนี้ถูกพูดถึงมาตลอดหลายปี คือฉากจบแบบหักมุม (Plot Twist) ที่ทำร้ายจิตใจคนดูอย่างรุนแรงและตราตรึงใจจนลืมไม่ลง
บทสรุปส่งท้าย
The Movie Review: Drag Me to Hell (2002) หรือภาพยนตร์กระชากลงหลุม เป็นการเตือนใจชั้นดีว่าบางครั้ง “ผลลัพธ์ของการกระทำ” อาจมาในรูปแบบของกรรมหรือคำสาปที่เราคาดไม่ถึง สำหรับใครที่ชอบ แนวหนัง สยองขวัญ จิตวิทยา และตื่นเต้นเร้าใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่คุณต้องหามาดูให้ได้สักครั้งในชีวิต!
